ประวัตินักฟุตบอล ดาวิด ลุยซ์

Chelsea's David Luiz with the UEFA Europa League trophy

ประวัตินักฟุตบอล ดาวิด ลุยซ์ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 12 ปี ให้กับทีมเยาวชนของ เซาเปาโล ในตำแหน่งของกองกลางตัวรับ แต่อย่างไรก็ตามเขามักจะถูกให้ถอยไปเล่นในตำแหน่งรับของกองหลังซะส่วนใหญ่ ต่อไปเมื่ออายุได้ 14 ปี เขาก็ได้ถูกย้ายไปเล่นให้กับทีมเยาวชนของ วิคตอเรีย เมื่อเขามาถึงจุดนี้เขาก็ได้มีโอกาสเล่นเป็นจอมบุกชาว บราซิลเลี่ยน และทำให้ ลุยซ์ ได้แจ้งเกิดในการค้าแข่งของฟุตบอลสโมสรแบบเต็มตัวและเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี ฟอร์มของ ดาวิด ลุยซ์ ก็ไปเตะตาแมวมองของ สโมสร เบนฟิก้า ทีมยักษ์ใหญ่ในลีกของ โปรตุเกส และมันก็ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่หน้าจับตามองอย่างสุดๆ ทั่วยุโรปเลยทีเดียว

david-luiz-benfica

สโมสร วิคตอเรีย (2006-2007)
ในทีมชุดใหญ่ของวิคตอเรีย ดาวิด ลุยซ์ ถูกจับไปยืนในตำแหน่ง ปราการหลังตัวกลางด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ของเขาเลยทำให้กุนซือเห็นว่าเขาน่าจะทำประโยชน์ให้กับทีมได้ดีกว่าตำแหน่งที่เขาชอบเล่นอย่างกองกลางตัวรับ โดยเกมนัดแรกในชีวิตค้าแข้งอย่างเต็มตัวของเขาเกิดขึ้นในปี 2006 โดยเขาลงเล่นให้กับ วิคตอเรีย เสมอกับ ซานตา ครูซ ไป 2-2 ซึ่งหลังจากนั้นอีก 8 เกม ลุยซ์ ก็สามารถทำประตูแรกในการค้าแข้งได้สำเร็จในนัดที่เอาชนะ แอตเลติโก โด ปอร์โต้ ไป 2-0 เมื่อ 3 กันยายน 2006 ซึ่งที่ วิคตอเรีย ดาวิด ลุยซ์ ได้โอกาสลงสนามไปทั้งหมด 26 นัด และยิงไปได้ 1 ประตู

สโมสร เบนฟิก้า (2007-2011)
30 มกราคม 2007 ดาวิด ลุยซ์ ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรมากในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น เบนฟิก้า หรือ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แต่ทว่าสุดท้ายแล้ว ลุยซ์ ก็ตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ เบนฟิก้า ด้วยสัญญายืมตัวก่อน โดยเขาก็ได้เปิดตัวในนัดเกมยุโรป ยูฟ่า คัพ กับ ปารีสฯ ในทันที เนื่องจาก ลุยเซา ปราการหลังคนสำคัญดันเจ็บเลยทำให้ ดาวิด ลุยซ์ ได้รับโอกาสลงสนามแทน ซึ่งในเกมนั้น เบนฟิก้า แพ้ไป 1-2 แต่ทว่ายังดีที่สกอร์รวมยังสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

12 มีนาคม 2007 ดาวิด ลุยซ์ ลงเล่นเกมแรกในลีกให้กับ เบนฟิก้า โดยพอจบฤดูกาลนี้ ลุยซ์ ก็ได้รับรางวัลในทันทีด้วยการจับเซ็นสัญญาถาวรเป็นเวลา 5 ปี โดยค่าตัวตอนนั้นอยู่ที่ 1.5 ล้านปอนด์

ประตูแรกของ ดาวิด ลุยซ์ กับ เบนฟิก้า ต้องรอกันถึง 2 ปีเลยทีเดียวโดยเขาสามารถยิงได้ในเกมที่พบกับ บราก้า ซึ่งเกมนั้นเจ้าตัวถูกจับลงไปเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย โดยในฤดูกาลนี้เหมือนเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมของตัวเขาเองเลยก็ว่าได้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการเข้ามาคุมทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง ฆอร์เก้ เจซุส โดยพอเข้ามาเขาก็ได้แต่งตั้งให้ ดาวิด ลุยซ์ เป็นรองกัปตันในทันที โดยฤดูกาลนี้ตัวเขาได้ลงเล่นไปถึง 49 เกม และได้รับโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำลีกของโปรตุเกสด้วยคะแนน 38 เปอร์เซ็นต์ เหนืออันดับ 2 อย่าง อังเกล ดิ มาเรีย ที่ได้รับคะแนนไปเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ทำให้คราวนี้ ดาวิด ลุยซ์ ดังเป็นพลุแตกทันทีหลายสโมสรชั้นนำต่างสนใจในตัวเขา และก็เป็น เชลซี ที่ยอมทุ่มเงินคว้าตัวเขาไปร่วมทีม โดย ดาวิด ลุยซ์ ลงเล่นให้กับ เบนฟิก้า ไปทั้งหมด 72 นัด และยิงไปทั้งหมด 4 ประตู

สโมสร เชลซี (2011-2014)
30 มกราคม 2011 ดาวิด ลุยซ์ ย้ายซบหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง เชลซี ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์(ประมาน 1,200 ล้านบาท) และได้รับสัญญาทั้งหมด 5 ปีครึ่ง โดย ลุยซ์ ลงประเดิมสนามเกมแรกให้กับ เชลซี ด้วยการทำบิ๊กแมตช์กับ ”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เลยทีเดียวซึ่งเขาถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน โจเซ่ โบซิงวา โดยเกมนั้น เชลซี ก็แพ้ไป 0-1 และอีก 8 วันต่อมา ดาวิด ลุยซ์ ก็มีชื่อออกสตาร์ทเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงจนได้ในเกมที่พบกับ ฟูแล่ม ซึ่งผลก็จบลงด้วยการเสมอกันไป 0-0 โดยเกมนี้ ลุยซ์ ถูกโหวตโดยแฟน เชลซี ให้ได้รับตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะแมตช์ อีกด้วย

1 มีนาคม 2011 ดาวิด ลุยซ์ ประเดิมประตูแรกกับทาง ”สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ได้สำเร็จ ด้วยการยิงใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมที่ เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ แมนฯยู ไปได้ 2-1 หลังจากนั้นเขาก็ได้กลายเป็น 1 ในตัวหลักของทัพ ”สิงบูลส์” ไปในทันทีด้วยฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งแถมมีสไตล์ที่ชอบเติมขึ้นไปเล่นเกมรุกแบบดุดันจนทำให้แฟน เชลซี ต่างชื่นชอบและหลงใหลในตัวเขาเป็นอย่างมาก
ในปี 2013 ”โปรยิ้ม” กลายเป็นฉายาของเขาที่ถูกแฟนบอลชาวไทยเรียกอย่างติดปากในทันที ในเกมที่ เชลซี สามารถบุกไปเอาชนะ แมนฯยู ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด มาได้ 1-0 โดยเป็นจังหวะที่เขาบังบอลอยู่กับ ราฟาเอล แบ็คขวาของ ”ปีศาจแดง” ก่อนที่รายหลังจะอารมณ์ร้อนไปหวดใส่เขาดื้อๆ และ ดาวิด ลุยซ์ ไม่รอช้าทิ้งตัวลงไปนอนกลิ้งในทันทีแถมแอบส่งยิ้มไปให้กองเชียร์ข้างสนาม ประนึงว่าข้าทำสำเร็จแล้ว และมันก็ได้ผลจริงๆเมื่อ ราฟาเอล โดนไล่ออกจากสนาม ซึ่งนี่ก็คือ ฉายา ”โปรยิ้ม” ที่เจ้าตัวได้มา

สิ่งที่ทำให้ ดาวิด ลุยซ์ กลายเป็นที่รักของแฟนๆนั้นไม่ได้มาจากฟอร์มการเล่นในสนามที่ดูเหนียวแน่นและแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว โดยเจ้าตัวมักจะเล่นบอลไปด้วยแถมเอ็นเตอร์เทนแฟนบอลไปด้วย มักสร้างสีสรรค์ให้กับเหล่าบรรดากองเชียร์ได้เฮได้หัวเราะกันอย่างสม่ำเสมอ เลยทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมชื่อของ ดาวิด ลุยซ์ ถึงกลายเป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสโมสรเศรษฐียักษ์ใหญ่จากประเทศ ฝรั่งเศส อย่าง ปารีสฯ มาสนใจที่จะคว้าตัวเขาไปร่วมทีม โดย ”โปรยิ้ม” ลงเล่นให้กับสโมสร เชลซี ไปทั้งหมด 81 นัด และยิงไปได้ 6 ประตู

david-luiz-Paris

สโมสร ปารีสฯ (ปัจจุบัน)
13 มิถุนายน 2014 ดาวิด ลุยซ์ ตัดสินใจออกจากสโมสร เชลซี แล้วย้ายมาร่วมทีมกับ ปารีสฯ จนได้ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์(ประมาน 2,400 ล้านบาท) ซึ่งทำให้ ลุยซ์ กลายเป็นกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกไปโดยปริยาย โดยเขาก็ได้รับสัญญาทั้งหมด 5 ปี เกมนัดแรกของ ลุยซ์ กับ ปารีสฯ เกิดขึ้นเมื่อ 16 สิงหาคม โดยเกมนั้น ปารีสฯ แพ้ให้กับ บาสเตีย ไป 0-2 ทว่า 30 กันยายน ดาวิด ลุยซ์ สามารถทำประตูแรกในสีเสื้อของ ปารีสฯ ได้สำเร็จ ในเกมที่พบกับยอดทีมของโลกอย่าง บาร์เซโลน่า โดยในปี 2014 ต้องบอกว่า ดาวิด ลุยซ์ คงเป็นปลื้มไม่ใช่น้อย เพราะเขาเซอร์ไพรส์มีชื่อติดอยู่ในทีมยอดเยี่ยมของ บัลลงดอร์ อีกด้วย

ทว่าถึงตอนนี้ ลุยซ์ กำลังโดนโจมตีอย่างหนักจากเกม ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก นัดแรก ที่ ปารีสฯ แพ้ให้กับ บาร์เซโลน่า ไป 1-3 ซึ่งเป็น ดาวิด ลุยซ์ ที่โดน หลุยส์ ซัวเรซ เล่นงานจนกลายเป็นบ่อน้ำมัน ที่แย่ไปกว่านั้นคือการที่เขาโดนแตะลอดขาเข้าไปทำประตูถึง 2 ครั้ง 2 ครา ด้วยกัน จนโดนล้อไปต่างๆนา ทำให้น่าสนใจเหลือเกินว่าเกมนัดที่ 2 ที่เขาจะต้องลงเจอกับ หลุยซ์ ซัวเรซ อีกครั้ง ดาวิด ลุยซ์ จะล้างแค้นและเอาคืน ซัวเรซ ได้หรือไม่
ถึงตอนนี้ ดาวิด ลุยซ์ ลงเล่นให้กับ ปารีสฯ ไปแล้ว 23 นัด และยิงไปได้ 2 ประตู

david-luiz-brazil

ทีมชาติบราซิลของ David Luiz

ดาวิด ลุยซ์ ติดทีมชาติ บราซิล ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี และได้ไปเล่นในศึก เวิลด์คัพ ยู-20 ในปี 2007 อีกด้วย โดยเกมแรกของเขากับทีมชาติ บราซิล ยู-20ปี ลุยซ์ ลงเล่นในนัดพบกับ อเมริกา ซึ่งก็เป็น บราซิล ที่เอาชนะไปได้ 2-0
10 สิงหาคม 2010 มาโน่ เมเนเซส กุนซือในตอนนั้นได้เรียก ดาวิด ลุยซ์ เข้ามาติดทีมชาติ บราซิล ชุดใหญ่จนได้ โดยส่งเขาลุยในศึก โคปา อเมริกา ในปี 2011 ในทันที

7 กันยายน 2012 ดาวิด ลุยซ์ ถูกแต่งตั้งให้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมชาติ บราซิล เป็นครั้งแรก ในเกมที่ทีมชาติ บราซิล สามารถเอาชนะ แอฟริกาใต้ ไปได้ 1-0
2 มิถุนายน 2014 ในศึก เวิลด์คัพ ที่ประเทศ บราซิล คงเป็นอะไรที่ ลุยซ์ ไม่อยากจะจดจำสักเท่าไหร่หลังในเกมกับ เยอรมันนี ดาวิด ลุยซ์ ได้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมเนื่องจาก ติเอโก้ ซิลวา ติดโทษแบน และเกมนั้นก็เป็นฝ่าย ”อินทรีเหล็ก” ที่ไล่ถล่มทัพ ”แซมบ้า” คาถิ่นของพวกเขาเองไปถึง 7-1 ซึ่งทำเอาเกมรับของทีมชาติ บราซิล ในเกมนั้นโดนจวกกันเละถึงผลงานอันหน้าผิดหวังนี้ ดาวิด ลุยซ์ รับใช้ชาติไปทั้งหมด 47 นัด และยิงไปได้ 3 ประตู

เกียรติประวัติ
– นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 209-2010 ของศึก โปรตุกีส ลีก
– นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน มีนาคม 2011 ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
– ติดทีมยอดเยี่ยมของศึก เวิลด์คัพ 2014
– ติดทีมยอดเยี่ยมจากการลงคะแนนของ ฟีฟ่า 2014