ประวัตินักฟุตบอล โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

Robert_Lewandowski

ประวัตินักฟุตบอล โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (Robert Lewandowski) นักเตะทีมชาติโปรแลนด์ เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1988 ในกรุงวอร์ซอ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้า ให้กับทีมสโมสรบาเยิร์นมิวนิกในเยอรมนี เลวานดอฟสกี้ เคยเล่นให้กับเดลตาวอร์ซอ , แลเกียวอร์ซอ, ซญิตช์ปรุชกุฟ และแลคปอซนัญ มาก่อน เลวานดอฟสกี้ ยังเป็นเจ้าของสถิติแฮททริกเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา เมื่อฤดูกาล 2015–16 นัดที่ 6 ของฤดูกาล เมื่อบาเยิร์นมิวนิค พบกับ โวล์ฟบวร์ก ที่สนามอัลลิอันซ์อารีนา โดยถูกเปลี่ยนตัวลงในครึ่งเวลาหลัง และยิงได้ติดต่อกัน 3 ประตู ตั้งแต่นาที 51 ถึง 55 ก่อนจะยิงเพิ่มอีก 2 ประตูอย่างรวดเร็ว ทำให้บาเยิร์นมิวนิคชนะไป 5-1 และกลายเป็นผู้เล่นสำรองคนแรกของบุนเดสลีกาที่ยิงถึง 5 ประตู ภายใน 9 นาที

robertlewandowski-promise-bayernmunic

ปี 2006-2007 เลวานดอฟสกี้ เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพจนได้โดยเขาเริ่มเล่นกับทีม ซินซ์ พรัสซ์โกว์ ทีมในลีก 3 ของโปแลนด์ ซึ่งเขาก็เป็นคนสำคัญที่พา ซินซ์ พรัสซ์โกว์ เลื่อนชั้นได้สำเร็จ หลังจัดการคว้าดาวซัลโวด้วยการกระหน่ำไปทั้งหมด 15 ประตูในฤดูกาลนั้น โดยฤดูกาลต่อมาในดิวิชั่น 2 ของโปแลนด์ เลวานดอฟสกี้ ก็สามารถคว้าดาวซัลโวได้อีกครั้งหลังจากจัดการกดไปได้ถึง 21 ลูก

สโมสร เลช พอซแนน (2008-2010)
เลวานดอฟสกี้ กลายเป็นศูนย์หน้าที่โด่งดังเหลือเกินใน โปแลนด์ ตอนนั้น จนในที่สุด เลช พอซแนน ทีมยักษ์ใหญ่ในลีกโปแลนด์ก็จัดการคว้าตัวเขาเข้าไปร่วมทีมจนได้ โดยตอนนั้นค่าตัวของเขาอยู่ 1.5 ล้านยูโร(61ล้านบาท)เท่านั้น
กรกฎาคม 2008 เลวานดอฟสกี้ ได้โอกาสลงสนามเป็นเกมแรกโดยถูกส่งลงไปเป็นตัวสำรองในเกม ยูโรป้า ลีก ที่พบกับ คาซาร์ เลนโคเรน สโมสรจาก อาเซอร์ไบจัน ส่วนประตูแรกของเขาในสีเสื้อของ เลช พอซแนน นั้นเกิดขึ้นในเกมลีกที่พบกับ เบลชาโตว์ ซึ่งเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นในสนามก็สามารถพังประตูได้แล้ว โดยจบฤดูกาลแรกของเขาในลีกสูงสุดของโปแลนด์ เลวานดอฟสกี้ สามารถคว้าตำแหน่งรองดาวซัลโวมาครองได้สำเร็จด้วยการยิงไปทั้งหมด 18 ประตู ช่วยให้ เลช พอซแนน คว้าแชมป์ลีกมาครองได้สำเร็จ ในระหว่างที่เขาค้าแข้งกับ เลช พอซแนน นั้น เลวานดอฟสกี้ ยิงไปทั้งหมด 32 ประตูจากการลงเล่น 58 นัด

สโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (2010-2014)
จนกระทั่ง มิถุนายน ปี 2010 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นทีมที่เห็นถึงความเป็นสุดยอดกองหน้าของเขาเป็นทีมแรกและดึง เลวาน มาลุยในศึก บุนเดสลีก้า ในทันที ด้วยค่าตัว 4.5 ล้านยูโร(183 ล้านบาท) โดยเซ็นต์สัญญาด้วยกันทั้งหมด 4 ปี และเมื่อ 19 กันยายน 2010 เลวานดอฟสกี้ ก็ทำให้แฟนๆ ”เสือเหลือง” หลงรักได้ทันทีหลังเขาสามารถทำประตูแรกได้สำเร็จในเกมที่ ดอร์ทมุนด์ เอาชนะ ชาร์ลเก้ 04 ไปได้ 3-1

ฤดูกาล 2011-2012 เลวานดอฟสกี้ ต้องประสบกับปัญหาอาการบาดเจ็บ เลยทำให้ตอนนั้นเป็น ลูคัส บาร์ริออส ที่เข้ามารับหน้าที่เป็นตัวจริงแทนทำให้ เลวาน ต้องนั่งพักไปยาวพอสมควร ทว่า 20 สิงหาคม 2011 เลวาน กลับมาทำประตูได้อีกครั้งจากการชาร์ตลูกเปิดของ มาริโอ เกิทเซ่ ก่อนที่ 1 ตุลาคมในปีเดียวกัน เลวาน จะมากดแฮตทริคได้สำเร็จในเกมที่ ดอร์ทมุนด์ เอาชนะ เอาส์บวร์ก ไปได้ 4-0 โดยในฤดูกาลนี้ผลงานของเขาโดดเด่นจริงๆจนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของ โปแลนด์ ไปครอง

ฤดูกาล 2012-2013 เลวานดอฟสกี้ ได้โอกาสลงเล่นในแชมป์เปี้ยนส์ลีกเป็นเกมโดยคู่ต่อสู่ของเขาคือ อาแจ็กซ์ ซึ่ง เลวาน ก็สวมบทฮีโร่ ด้วยการซัดประตูชัยให้กับ ”เสือเหลือง” ได้ในนาทีที่ 87 ของเกม ทำให้ ดอร์ทมุนด์ เอาชนะ อาแจ็กซ์ ไปได้ 1-0 และถึงตอนนั้นเขาก็ได้สร้างสถิติใหม่ให้กับสโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยการเป็นนักเตะที่ทำประตูติดต่อกันได้ยาวนานที่สุดของสโมสรจากการยิง 12 นัดติดต่อกันในลีก ทำลายสถิติของ ไฟรด์เฮล์ม โคเนียตซ์ก้า ที่ทำไว้เมื่อฤดูกาล 1964-1965 ลงได้สำเร็จ ทว่าฤดูกาลนี้เขาพลาดตำแหน่งดาวซัลโวไปอย่างน่าเสียดาย หลังยิงไป 24 ประตู แต่ทว่าเป็นรอง สเตฟาน คริสลิ้ง ของ เลเวอร์คูเซ่น เพียงลูกเดียวเท่านั้น

ทว่าไฮไลท์สำคัญของฤดูกาลนี้มันอยู่ที่เกมแชมป์เปี้ยนส์ลีก 24 เมษายน 2013 เลวานดอฟสกี้ กลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงได้ 4 ประตูในรอบรองชนะเลิศและเป็นการยิงใส่ทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง เรอัล มาดริด อีกด้วย โดยเขาช่วยให้ ดอร์ทมุนด์ ถล่มเอาชนะ มาดริด ไปได้ 4-1 ในเกมนัดแรกที่เล่นที่เยอรมัน แต่ทว่าท้ายที่สุดแล้วในนัดชิงชนะเลิศเป็นการพบกันเองของทีมจาก เยอรมัน นั่นก็คือ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่ง ”เสือเหลือง” ต้านไม่ไหวแพ้ไป 1-2

ฤดูกาล 2013-2014 เลวานดอฟสกี้ สามารถคว้าตำแหน่งดาวซัลโวของศึก บุนเดสลีก้า ได้สำเร็จด้วยการซัดไปทั้งหมด 20 ประตูแถมยิงไปได้อีก 6 ประตูในเกมแชมป์เปี้ยนส์ลีก
ในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2013 เลวานดอฟสกี้ ตอบตกลงสัญญาล่วงหน้ากับ บาเยิร์น มิวนิค เป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังเขาใกล้ที่จะหมดสัญญากับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเกมสุดท้ายในชุด ”เสือเหลือง” ของ เลวาน เกิดขึ้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2014 ในเกม เดเอฟเบ โพคาล รอบชิงชนะเลิศซึ่งเป็นการพบกับอนาคตทีมใหม่ของเขาเองอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งวันนั้น เลวานดอฟสกี้ มีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่นิดหน่อยด้วย กุนซืออย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ได้คุยกับเขาแล้วว่าจะให้พักแต่ทางด้าน เลวาน เองยืนกรานว่าเขาจะขอลงช่วยทีมเป็นเกมสุดท้าย และสุดท้ายเขาก็ได้ลงเล่นเต็มเวลา 120 นาที แต่ผลที่ออกมาคือ ดอร์ทมุนด์ แพ้ให้กับ ”เสือใต้” ไป 0-2

3 ฤดูกาลกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เลวานดอฟสกี้ ได้โอกาสลงสนามไปทั้งหมด 131 นัดยิงไปได้ถึง 74 ประตู

สโมสร บาเยิร์น มิวนิค (2014-ปัจจุบัน)
3 มกราคม 2014 เลวานดอฟสกี้ เซ็นต์สัญญากับ บาเยิร์น มิวนิค อย่างเป็นทางการโดยเขาได้รับสัญญาทั้งหมด 5 ปี โดยเริ่มเป็นนักเตะ บาเยิร์น มิวนิค ในวันที่ 9 กรกฏาคม 2014 ช่วงปรีซีซั่นกับสโมสร เลวานดอฟสกี้ ก็สามารถทำปะตูได้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง เยอรมัน ซุปเปอร์คัพ มาถึง 13 สิงหาคม 2014 เลวานดอฟสกี้ ได้โอกาสกลับมาเจอทีมเก่าอย่าง ดอร์ทมุนด์ แต่ผลปรากฏว่าเป็น ”เสือเหลือง” ที่เอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ไปได้สำเร็จ 2-0

สกอร์แรกของ เลวาน ในชุดของ ”เสือใต้” เกิดขึ้นเมื่อ 30 สิงหาคม ในเกมที่เสมอกับ ชาร์ลเก้04 ไป 1-1 โดยเป็นเกมนัดที่ 2 ของฤดูกาลเท่านั้น และ 4 เมษายน 2015 เลวานดอฟสกี้ กลายเป็นตัวแสบของ ดอร์ทมุนด์ จนได้เมื่อเป็นคนยิงประตูชัยให้ บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะ ดอร์ทมุนด์ ไปได้สำเร็จ 1-0
21 กุมภาพันธ์ 2015 เลวาน จัดการซัดเบิ้ลเป็นครั้งแรกในสีเสื้อสโมสรใหม่ โดยเป็นเกมที่ บาเยิร์น มิวนิค ไล่ถล่ม พาเดอร์บอร์น ไป 6-0 โดยในฤดูกาลนี้ เลวานดอฟสกี้ ซัดไปได้ทั้งหมด 17 ประตูจากการลงเล่นทั้งหมด 31 นัด

ฤดูกาล 2015-2016 เลวาน ประเดิมนัดแรกในศึก บุนเดสลีก้า ได้อย่างสวยงามหลังจัดการเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมที่ ”เสือใต้” ไล่ถล่มเอาชนะ ฮัมบูร์ก ไปได้ 5-0 และสิ่งที่ทำให้ เลวานดอฟสกี้ ดังเป็นพลุแตกอยู่ในตอนนี้นั่นก็คือการที่เขาถูกเปลี่ยนตัวลงมาในฐานะตัวสำรองขณะที่ทีมมีสกอร์ตามหลัง โวล์ฟบวร์ก อยู่ 0-1 เขาใช้เวลาในสนามเพียง 8 นาที 59 วินาที เหมาคนเดียว 5 ประตู ให้ บาเยิร์น มิวนิค กลับมาเอาชนะ โวล์ฟบวร์ก ได้สำเร็จ 5-1 ซึ่งนี่กลายเป็นที่มาในหลายๆสถิติของเขา 1.แฮตทริคที่เร็วที่สุดโดยใช้เวลาไปเพียง 4 นาทีเท่านั้น และ 2.กลายเป็นตัวสำรองที่ยิงประตูได้มากที่สุด 3. เป็นนักเตะที่ใช้เวลาน้อยที่สุดในการกระหน่ำไปถึง 5 ลูกโดยใช้ไปเพียง 9 นาทีเท่านั้น

หลังจากนั้น 4 วัน เลวานดอฟสกี้ ก็ได้ฉลองประตูที่ 100 ใน บุนเดสลีก้า จนได้ในเกมที่พวกเขาเอาชนะ ไมนซ์ ไปได้ 3-0 โดยเกมนี้ เลวาน ก็เหมาคนเดียวอีก 2 ประตู ฤดูกาลนี้เพิ่งผ่านไปเพียง 7 นัดเท่านั้นแต่ทว่า เลวานดอฟสกี้ กดไปแล้วถึง 10 ประตูด้วยกัน ถึงตอนนี้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ลงเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค ไปแล้ว 37 นัดยิงไป 27 ประตู

ทีมชาติ
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ติดทีมชาติโปแลนด์ตั้งแต่ชุดยู-21ปี โดยเขาได้โอกาสลงเล่นไปทั้งหมด 3 นัดในเกมอุ่นเครื่องที่พบกับ ทีมชาติ อังกฤษ , เบลารุส และ ฟินแลนด์ จนกระทั่ง 10 กันยายน 2008 หลังจากผ่านวันเกิดวัย 20 ปีของเขามาเพียง 3 สัปดาห์เท่านั้นเขาก็ได้รับของขวัญชิ้นโตด้วยการติดทีมชาติโปแลนด์ชุดใหญ่ ในเกมที่พบกับ ซาน มาริโน่ ซึ่งเขาถูกส่งลงไปเล่นในฐานะตัวสำรองและสามารถทำประตูได้ช่วยให้ โปแลนด์ เอาชนะไปได้ 2-0 ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2010 ซึ่งเขาก็กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูให้กับทีมชาติโปแลนด์ได้สำเร็จ

7 กันยายน 2014 เลวานดอฟสกี้ จัดการซัดแฮตทริคแรกในนามทีมชาติได้สำเร็จโดยเขาเหมาคนเดียว 4 ประตูในเกมที่เอาชนะ ยิปรอลต้า ไปได้ 7-0 ก่อนที่จะมาซัดอีกหนึ่งแฮตทริคในเกมกับ จอร์เจีย โดยเขาพา โปแลนด์ เอาชนะไปได้ 4-0
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ติดทีมชาติโปแลนด์ตั้งแต่ปี 2008 ได้โอกาสลงสนามไปทั้งหมด 70 นัด ยิงไปได้ 29 ประตู

เกียรติประวัติ
– ดาวซัลโว ดิวิชั่น 2 โปแลนด์ 2006-07
– ดาซัลโว ดิวิชั่น 1 โปแลนด์ 2007-08
– นักเตะยอดเยี่ยม ลีก โปแลนด์ 2009
– ดาวซัลโว ลีก โปแลนด์ 2009-10
– บุคคลทรงอิทธิพลที่สุดใน โปแลนด์ 2008
– นักเตะยอดเยี่ยมของ โปแลนด์ 2011,2012,2013,2014
– ดาวซัลโว เดเอฟเบ โพลคาล 2011-12
– ดาวซัลโว บุนเดสลีก้า 2013-14